Apr 24, 2016
[Bozzi Review] ... คุณธเนศ กิตติกนกกุล เจ้าของ OZONO สุขุมวิท 39 (Pet Park and Lifestyle Mall)

1. ช่วยเล่าถึงธุรกิจเกี่ยวกับหมาแมวที่ทำอยู่ให้ฟังหน่อย

 

แต่เดิมเนี่ยผมไม่ได้ทำธุรกิจสัตว์เลี้ยงเลย แต่ว่าเลี้ยงสุนัขและแมวมาตลอดชีวิต แล้วก็คิดว่าปัญหาที่ตัวเองเจอก็คงไม่ต่างจากคนที่เลี้ยงสุนัขและแมวคนอื่นๆในสังคมไทย คือหนึ่งเริ่มจากการหาซื้อข้าวของที่ถูกใจทั้งเราและหมาแมวไม่ค่อยได้ ตลาดแคบมาก ทางเลือกน้อยมาก เหตุผลที่สองคือในสมัยก่อนเวลาเราต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ต่างจังหวัดหรือว่าจะไปพักผ่อนท่องเที่ยว แล้วถ้าไม่มีคนในครอบครัวมาช่วยเราดูแลแล้วจะไปฝากที่อื่นค่อนข้างลำบาก มีทางเลือกน้อยมาก เหตุผลที่สาม ในภาษาอังกฤษเรียกว่า discriminate หรือถูกกีดกัน เวลาเราจะพาสุนัขไปไหนซักที่ในสมัยก่อนไม่ได้เลย ไม่เพียงแค่โดนห้ามแต่ยังแสดงความรังเกียจ เลยคิดว่าถึงจุดหนึ่งถ้าเรามีโอกาสทำอะไรหรือเจอสิ่งเหล่านี้จะสามารถมาทำเป็นช่องทางธุรกิจได้มั้ย


ก็มีช่วงหนึ่งงานเดิมที่เคยทำในวงการโฆษณาเริ่มไม่ค่อยสนุก กินเวลาในการทำงานค่อนข้างเยอะ สมัยก่อนยังไม่มีคำว่า slow life เลยอยากจะมีจังหวะชีวิตที่เราสามารถอยู่กับหมาแมวได้มากขึ้น ไม่ใช่ทั้งหมดมีแต่งานอย่างเดียว ก็เลยคิดว่าเราสามารถ combine ได้มั้ยระหว่างเรื่องของหมาแมวกับเรื่องการทำธุรกิจไว้ด้วยกัน และบังเอิญโชคดีมีจังหวะ ตอนนั้นเราได้ที่เช่าระยะพอสมควรอยู่ที่ทองหล่อ ก็เลยเริ่มเป็นที่แรกๆเลยที่เรามีร้านชื่อ Doggie Bag ขายของสุนัขและแมวเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ Pet Shop เราไม่มีเต่า ไม่มีกระต่าย เพราะเราถนัดแค่นั้นเอง แล้วก็พยายามจะหาสินค้าซึ่งเราไม่สามารถหาที่ถูกใจได้ก่อนหน้านี้และคาดว่าลูกค้าอื่นๆก็น่าจะเหมือนกัน ก็จะมีสินค้าแปลกๆเข้ามาในร้านค่อนข้างเยอะ 


ในบริเวณเดียวกันเราก็มีเนื้อที่ประมาณเกือบ 2 ไร่ แล้วด้วยความที่ส่วนตัวชอบกินอาหารอิตาเลี่ยนด้วย ก็เลยทำร้านอาหารอิตาเลี่ยนด้วยหนึ่งร้าน แล้วก็ประกาศชัดเจนเลยว่าเป็นร้านซึ่งต้อนรับลูกค้าที่มีสุนัข พามานั่งด้วยกันได้ จากนั้นก็มีร้านกาแฟและโรงแรมรับฝากสุนัขเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา สมัยก่อนเวลาเรานึกถึง Pet Shop ก็จะเห็นภาพเป็นหนึ่งร้านหนึ่งคูหา ตึกแถวโทรมๆ ของเยอะๆเต็มไปหมด เราก็พยายามปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนเลี้ยงสุนัขสมัยใหม่มากขึ้น ช่วงนั้นสัญญาที่ทองหล่อเริ่มหมด ก็เริ่มมีปัญหาเพราะเราทำแล้วสนุกขึ้น ผลตอบรับก็ดี การหาที่ใหม่ไม่ใช่เรื่องยากแต่ว่าไม่ง่ายนักยิ่งถ้าต้องการให้ได้ใจกลางเมืองอย่างที่ทองหล่อ ถ้าย้ายจากทองหล่อไปอยู่ที่ปากเกร็ดก็คงไม่รอด เลยต้องพยายามหาละแวกสุขุมวิทด้วยกัน เพราะลูกค้าอยู่ละแวกนี้ แล้วโชคดีมากมาเจอที่ตรงซอย 39 ซึ่งเจ้าของที่เค้าทิ้งร้างไว้ แล้วก็ไม่มีโครงการระยะยาวที่จะพัฒนาพื้นที่ผืนนี้ ก็เลยเจรจาบอกถ้างั้นระหว่างที่เขายังคิดพิจารณาอยู่ เราขอเช่าระยะนึงได้มั้ย เพื่อที่จะมาขยายความคิดเดิมให้มันครบถ้วนขึ้น สรุปว่าเป็นบริการซึ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่มีสุนัขในเมือง เช่น ในโครงการจะมีร้านอาหารและกาแฟบริการให้เจ้าของสุนัข โดยทุกที่จะมีปรัชญาเดียวกันคือคนๆนั้นสามารถพาสุนัขมาได้ ต้อนรับเขาไม่ต้องบอกว่า โอ้โหวันนี้จะมาตัดผมแหล่ะ จะเอาหมาไปทิ้งไว้ที่ไหนดี ใช้คำว่าทิ้งนะครับ แต่ถ้ามาที่นี่ปั๊ปเนี่ย เรามีร้านตัดผมของเจ้าของสุนัข ถ้าคุณวางแผนให้ดีๆ ก็ส่งสุนัขเสริมสวยด้วยในร้านตัดขนสุนัขในบริเวณเดียวกัน มีที่จอดรถให้อย่างปลอดภัย พออาบน้ำเสริมสวยเสร็จทั้งของหมาของคน มีร้านกาแฟให้นั่งต่อ มี wi-fi ให้ทำงาน อยากจะกินข้าวเลยมื้อหนักก็มีร้านอาหารให้ ถ้ามีเพื่อนๆกลุ่มรักหมาด้วยกันอยากจะชิวๆ ดื่มไวน์ เราก็มีไวน์บาร์ให้ เอาการใช้ชีวิตของลูกค้าที่มีสุนัขมาทำให้เค้าเป็นสุขขึ้น ประมาณนั้น


2. มารู้จักผลิตภัณฑ์ BOZZI ได้อย่างไร

แชมพูสุนัขในตลาดจริงๆแล้วจะบอกว่าไม่ได้มีน้อยแต่มีเยอะเหลือเกิน แต่ตัวที่เราจะไว้ใจได้มันมีไม่มากนัก แล้วส่วนมากเราก็มักจะตัดตอนบอกว่าถ้ามาจากทางยุโรปหรืออเมริกาก็น่าจะไว้ใจได้มั้ง ต้องมีคำว่า 'มั้ง' เหตุผลเพราะว่าเค้าเป็นสังคมที่เลี้ยงหมาแมวมาก่อนหน้าเรา แล้วก็มีทัศนคติต่อหมาแมวประหนึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัว เพราะงั้นคาดหวังว่าเค้าคงหาสินค้าดีๆให้กับสุนัขกับแมวเค้ามั้ง แต่พอเป็นธุรกิจแล้วเนี่ย มันมีทั้งคนที่ทำดีทำไม่ดีก็มี เพราะฉะนั้นเราจะเชื่อได้เต็มที่แค่ไหนว่าสินค้าจากอเมริกาทุกตัวไว้ใจได้  ก็โชคดีที่ช่วงหลังนี่เรามี Internet สืบหาข้อมูลได้ หาความเห็นจากผู้ใช้อื่นๆได้ แต่พอมาเจอ BOZZI ด้วยความที่แรกเริ่มบอกมาว่าสินค้าพัฒนามาจากของคนมาก่อน แล้วตัวของคนเป็น chemical free ไม่มีสารเคมี ไม่มีสารเร่งฟองต่างๆนาๆปั๊บเนี่ย มันน่าสนใจ แล้วถ้าคนใช้ได้ขนาดนั้นแล้วมาปรับสูตรใช้กับสุนัขมันน่าจะดี แล้วอีกอย่างนึง ในเมื่อผู้ผลิตเองปรากฏตัวอยู่ในบ้านเรา มีปัญหาเราต่อว่ากันได้ ใช่ไหมครับ เลยเป็นจุดที่ดึงดูดให้เกิดความสนใจที่อยากจะลองใช้


3. ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ BOZZI น้องหมาที่เลี้ยงอยู่มีปัญหาผิวอะไรบ้าง

โชคดีที่ส่วนตัวที่เลี้ยงมาไม่ค่อยมี แต่ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ยกตัวอย่างเช่นบางทีช่วงหน้าฝนอากาศชื้น ก็จะมีอาการคันบ้าง แล้วเราเลี้ยงสุนัขเนี่ยเราเลี้ยงปล่อย เพราะฉะนั้นมีโอกาสที่จะไปเจอสุนัขต่างที่ต่างบ้านพอสมควร คือไม่ได้กล่าวโทษว่าสุนัขต่างบ้านสกปรกกว่าของเรา แต่ว่ามันมีโอกาสที่จะแพร่อะไรกันได้ เพราะฉะนั้นก็พยามดูแลอยู่แล้วก็ค่อนข้างสังเกตว่าถ้าเริ่มมีอาการคันเนี่ยเราจะเปลี่ยนแชมพูทันที จากแชมพูปกติทั่วๆไปเป็นแชมพูยา แชมพูแก้คัน เพื่อที่หวังว่าอย่างน้อยเป็นการไม่ให้ปัญหานั้นมันขยายวงกว้างจนรักษาไม่ได้น่ะครับ


4. ความรู้สึกหลังใช้ผลิตภัณฑ์ BOZZI เป็นยังไงบ้าง?

อันนี้ต้องบอกว่าตัวเองได้ลองใช้เองด้วยซ้ำ เอาแชมพูสระกับผมตัวเอง ซึ่งขวดและฉลากบอกว่าแชมพูสุนัข BOZZI ทดลองใช้กับคนมาก่อนแล้ว จริงๆแล้วส่วนตัวไม่ค่อยแบ่งแยกหรือรังเกียจขนาดนั้นที่จะใช้ของร่วมกับสัตว์เลี้ยง อย่างเพื่อนๆบางคนเวลามีอาหารสุนัขใหม่มา เค้าก็ลองชิมดูก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะฉะนั้นแล้วแต่ อย่างแชมพูเนี่ยลองใช้ดูเองก่อน แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ค่อนข้างดีด้วยซ้ำไป ก็เลยค่อยลองใช้กับสุนัข แล้วก็อีกอย่างนึงส่วนตัวไม่ค่อยชอบแชมพูสุนัขที่มีกลิ่นหอมจัดๆ บอซซี่ดูจะป็นรสนิยมส่วนตัว ชอบเพราะกลิ่นไม่ฉุนนักนะครับ ส่วนตัวผมใช้สูตรสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย (Hypoallergenic) บ่อยกว่าสูตรอื่นๆ


5. มีเทคนิคอะไรเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ให้มีสุขภาพดีที่อยากจะแบ่งปันบ้าง

ผมว่าพื้นฐานเลยเนี่ยต้องมีความช่างสังเกต แล้วก็บางอย่างถ้าฝึกให้สุนัขมีวินัยได้ดีเนี่ยจะช่วยให้เราสังเกตได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างผมก็จะบอกเพื่อนๆหรือลูกค้าที่เลี้ยงสุนัขให้พยามฝึกฝนให้สุนัขกินอาหารเป็นมื้อ บางคนตามใจ เอาอาหารใส่ในถ้วยไว้ตั้งไว้ทั้งวัน เพราะเดี๋ยวเค้าก็เล่นเดี๋ยวเค้าก็มากิน ข้อเสียก็คือว่า ถ้าคุณฝึกเค้ากินเป็นมื้อแล้วบางมื้อที่เค้าไม่แตะอาหาร เรารู้ทันทีว่ามีอะไรผิดปกติ ทำไมเค้าไม่อยากอาหาร ท้องเสียมั๊ย เป็นอะไรรึเปล่า ฉะนั้นเราจะสังเกตได้เร็วขึ้น แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น กับบ้านที่เค้าไม่ได้ฝึกปรือมา ตั้งไว้ทั้งวันบางทีไม่รู้ว่า เอ๊ะ อาหารมันพร่องไม่พร่อง มันสังเกตได้ยากมาก หรือการฝึกให้สุนัขดื่มน้ำจากขวดที่มีลูกกลิ้ง เราก็สังเกตปริมาณน้ำที่พร่องได้ชัดเจนกว่าน้ำจากชาม จากชามบางทีเค้าเล่นบ้าง หกบ้าง เราไม่รู้ว่าเค้ากินน้ำไปมากน้อยแค่ไหน จากขวดเนี่ยสมมุติปกติเค้ากินน้ำประมาณห้าขีด  วันนี้กินไปขีดเดียว เราก็อืมมีอะไรผิดปกติแน่ๆ นั่นทำให้เราสังเกตเยอะขึ้น สังเกตถาดฉี่เค้า ฉี่เค้าเหลืองมากไปรึเปล่า ฉี่มีเลือดมั้ย แต่ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้กว่าเราจะรู้อาการมันกำเริบแล้วไง ฉะนั้นช่างสังเกตและฝึกปรือให้เป็นนิสัยไว้ เพื่อให้เราสังเกตได้ง่ายขึ้นเนี่ยเป็นเรื่องที่ดีครับ

 

 

 

Copyright 2015 BozziPet All Rights Reserved.